Account: (login)

More Channels


Are you the publisher? Claim this channel

Search in 125,800,718 RSS articles:

Channel Description:

WE WILL SMILE EVERY SITUATION !~
  
 
ฟังเพลง ไม่ต่างกัน
Powered by you2play.com

Latest Articles in this Channel:

  • 06/11/09--09:19: ดนตรีคลาสสิก (chan 2595919)
  • ดนตรีคลาสสิก (Classical music)

    ดนตรีคลาสสิก (Classical music) เป็นรูปแบบหนึ่งของดนตรี ซึ่งมักจะกล่าวถึงดนตรีที่เป็นศิลปะของประเทศทางฝั่งตะวันตกการแสดงดนตรีคลาสสิกนี้นิยมใช้เครื่องดนตรีชนิดเครื่องสาย (String instruments) เป็นหลัก เช่น ไวโอลิน วิโอล่า เชลโล และ เบส เมื่อเล่นรวมกันเป็นวงเรียกว่า ออร์เคสตรา (orchestra) ซึ่งมีผู้ควบคุมวง (conductor) เป็นผู้ควบคุมจังหวะ และนำการบรรเลงเพลงหรือบางท่อนของเพลง หรือเรียกว่า piece

     

    เครื่องดนตรีที่ใช้

    การบรรเลงเพลงหรือท่อนของเพลงบางประเภท นิยมใช้วง ซิมโฟนีออเคสตรา (symphony orchestra) ซึ่งเป็นการร่วมกันระหว่างวงเครื่องสาย เครื่องเป่าโลหะ (brass instruments) เช่น ทรัมเป็ท ทรอมโบน เฟรนชฮอร์น และ ทูบา เครื่องเป่าไม้ (Wood winds) เช่น คลาริเน็ต ฟลุต โอโบ และบาซูน และ เครื่องให้จังหวะ (percussion) เช่น กลอง และ ฉาบ

     

    ประวัติ และ เวลา
    ดนตรีคลาสสิกสามารถแบ่งออกเป็นช่วงยุคดังน
    ี้

    1.ดนตรีคลาสสิกยุโรปยุคกลาง (Medieval European Music พ.ศ. 1019 - พ.ศ. 1943)
    ดนตรีคลาสสิกยุโรปยุคกลาง หรือ ดนตรียุคกลาง เป็นดนตรีที่ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของดนตรีคลาสสิก เริ...




    ประวัติระนาดทุ้ม

    ระนาดทุ้ม เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ลูกระนาดทำด้วยไม้ชนิดเดียวกับระนาดเอก แต่เหลาลูกระนาดให้มีขนาดกว้าง และยาวกว่าลูกระนาดเอก ส่วนรางระนาดทุ้มมีลักษณะคล้ายหีบไม้ แต่โค้งด้านบน มีโขนปิดด้านหัวและท้าย มีเท้าเตี้ยๆ รองอยู่ 4 มุมราง เป็นการสร้างเลียนแบบระนาดเอก ใช้ไม้ชนิดเดียว กันกับระนาดเอก ลูกระนาดทุ้มมีจำนวน 17 หรือ 18 ลูก ลูกต้นยาวประมาณ 42 ซม กว้าง 6 ซม และลดหลั่นลงมาจนถึงลูกยอด ที่มีขนาดยาว 34 ซม กว้าง 5 ซม รางระนาดทุ้มนั้นประดิษฐ์ให้มีรูปร่างคล้ายหีบไม้ แต่เว้าตรงกลางให้โค้ง โขนปิดหัวท้ายเพื่อ เป็นที่แขวนผืนระนาดนั้น ถ้าหากวัดจากโขนด้านหนึ่งไปยังโขนอีกด้านหนึ่ง รางระนาดทุ้มจะมีขนาดยาวประมาณ 124 ซม ปาก รางกว้างประมาณ 22 ซม มีเท้าเตี้ยๆรองไว้ 4 มุมรางไม้ตีตอนปลายใช้ผ้าพันพอกให้โต และนุ่ม เวลาตีจะได้เสียงทุ้ม ระนาดทุ้มใช้บรรเลงในวงปีพาทย์ทั่วไป มีวิธีการบรรเลง แตกต่างไปจากระนาดเอก คือไม่ได้ยึดการบรรเลง๘ เป็นหลัก ระนาดทุ้มทำหน้าที่แปลลูกฆ้องให้เป็นทำนองเต็มแบบหยอกล้อตลกคนอง มีกลเม็ด ในการตีแบบขัด ล้วง ล้ำไปข้างบ้างและหน่วงไปข้างหลังบ้าง ใช้ตีสอดประ...

    ประวัติดนตรีตะวันตก

     

                    ความเป็นมาของดนตรีหรือประวัติศาสตร์ดนตรีนั้นหมายถึงการมองย้อนหลังไปในอดีตเพื่อพยายามทำความเข้าใจกับแง่มุมต่าง ๆ ของอดีตในแต่ละสมัยนับเวลาย้อนกลับไปเป็นเวลาหลายพันปีจากสภาพสังคมที่แวดล้อม ทัศนะคติและรสนิยมของผู้สร้างสรรค์และผู้ฟังดนตรีในแต่ละสมัยนั้นแตกต่างกันอย่างไรจากการลองผิดลองถูกลองแล้วลองอีกการจินตนาการ ตามแนวคิดของผู้ประพันธ์เพลง จนกระทั่งกลั่นกรองออกมาเป็นเพลงให้ผู้คนได้ฟังกันจนถึงปัจจุบันนี้
                    การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์หรือการมองย้อนกลับไปในอดีตนั้นนอกจากเป็นไปเพื่อความสุขใจในการได้ศึกษาเรียนรู้และรับทราบเรื่องราวของอดีตโดยตรงแล้วยังเป็นการศึกษา เป็นแนวทางเพื่อทำความเข้าใจดนตรีที่เกิดขึ้นและการเปลี่ยนแปลงในแง่ของดนตรีในปัจจุบันและเพื่อนำมาใช้ในการทำนายหรือคาดเดาถึงแนวโน้มของดนตรีในอนาคตด้วย

     

    กล่าวถึงประวัติดนตรีตะวันตกซึ่งแบ่งออกเป็นสมัยต่าง ๆ ได้ 9 สมัยดังนี้

    &...

    คีตกวีเอก

     คีตกวี เป็นคำศัพท์ทางดนตรีที่พบได้บ่อยครั้ง หมายถึง ผู้ประพันธ์ดนตรี มักจะใช้เรียกผู้ที่แต่งและเรียบเรียงดนตรีบางประเภท โดยเฉพาะดนตรีคลาสสิกโดยที่ผู้แต่งเพลงมักจะแต่งทั้งท่วงทำนองหลัก และแนวประสานทั้งหมด เพื่อให้นักดนตรีเป็นผู้นำบทเพลงนั้นไปบรรเลงอีกทอดหนึ่ง โดยนักดนตรีจะต้องบรรเลงทุกรายละเอียดที่คีตกวีได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

    คำว่า คีตกวี ในภาษาไทยนี้ นิยมใช้เรียก ผู้ประพันธ์ดนตรีในแนวดนตรีคลาสสิกของตะวันตก โดยแปลมาจากคำว่า composer นั่นเอง อย่างไรก็ดี บางท่านอาจใช้คำว่า ดุริยกวี แต่ก็มีความหมายอย่างเดียวกัน สำหรับผู้ที่แต่งเพลงในแนวดนตรีอื่นๆ มักจะเรียกว่านักแต่งเพลง หรือ ครูเพลง เท่านั้น

    คีตกวี อาจไม่จำเป็นต้องประพันธ์ดนตรีลงในแผ่นกระดาษเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นผู้บรรเลงบทประพันธ์นั้นเป็นครั้งแรก และในภายหลังมีผู้อื่นนำไปใช้บรรเลงตามก็ได้ชื่อว่า คีตกวี เช่นกัน

    โดยทั่วไปเราจะรู้จัก คีตกวี ในฐานะที่เป็น นักดนตรี แม้ว่าหลายท่านจะมีผลงานการประพันธ์ดนตรี มากกว่าผลงานการบรรเลงก็ตาม เช่น เบโทเฟน, โมซาร์ท  ฯลฯ

    อ้างอิง :  th.wikipedia.org/wiki/คีตกวี

     

     ...

    ประวัติแซกโซโฟน (Saxophone)

       

    อ้างอิงรูปภาพ :  http://4.bp.blogspot.com/_a7EOH8FpPvM/SUCdalXPQeI/AAAAAAAAACM/vT_mJAw3B0Y/s400/sax.jpg

     

                 อดอล์ฟ แซก (Adolphe Sax) มีชื่อจริงว่า Antoine - Joseph Sax แต่คนทั่วไปเรียนเขาว่า Adolphe Sax เป็นชาวเบลเยียมเกิดที่เมืองดินานท์ (Dinant) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ 1814 บิดาชื่อ ชาร์ล โจเซฟแซก (Charles Foseph Sax) เป็นนักดนตรีเป่าฟลูตและคลาริเนต นอกจากนี้แล้วบิดาของเขายังมีโรงงานประดิษฐ์เครื่องดนตรี โดยเฉพาะเครื่องลมไม้และเครื่องทองเหลืองอยู่ที่เมืองดินานท์อีกด้วย ประมาณปี ค.ศ. 1815 บิดาเขาได้ย้ายโรงงานไปอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ อดอล์ฟ แซก ได้เรียนรู้และได้รับการถ่ายทอดวิชาซ้อมและประดิษฐ์เครื่องดนตรีจากบิดา ในขณะเดียวกันอดอล์ฟ แซก ยังได้ศึกษาดนตรีที่สถาบันดนตรีแห่งกรุงบริสเซลส์ โดยเรียนเป่าฟลูตและคลาริเนต

                    ในปี ค.ศ. 1830 อดอล์ฟแซก ได้ประดิษฐ์เครื่องดนตรีของเขาเป็นค...

    ขิม

     

    อ้างอิงรูปภาพ :  http://www.panyathai.or.th/wiki/images/Pic2-12.jpg

     

                    ขิมแต่เดิมแล้วนั้นเครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นเครื่องดนตรีที่เป็นของประเทศจีนขิมเริ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่4แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โดยชาวจีนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดนนำมารวมอยู่ในวงเครื่องสายจีนซึ่งนำมาใช้ในการประกอบการแสดงงิ้ว และนำมาบรรเลงในงานเทศกาลต่าง ๆ จนในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ รัชกาลที่ 6

             นักดนตรีของไทยได้มาขิมของจีนแต่เดิมมาบรรเลงและได้ดัดแปลงแก้ไขบางอย่างคือเปลี่ยนจากสายลวดมาเป็นสายทองเหลืองให้มีขนาดโตขึ้นเทียบเสียงเรียงลำดับไปตลอดถึงสายต่ำสุดเสียงคู่แปดมือซ้ายและมือขวามีระดับเกือบจะตรงกันเปลี่ยนไม้ตีให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและก้านแข็งขึ้น หย่องที่หนุนสายมีความหนากว่าเดิมเพื่อให้เกิดความสมดุลและเพื่อเพิ่มเสียงให้มีความดังมากยิ่งขึ้นและไม่ให้เสียงที่ออกมามีความแกร่งกร้าวจนเกินไป ให้ทา...

    ดนตรีพื้นเมืองอีสาน

                    ภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่ราบสูง ค่อนข้างแห้งแล้ง เพราะพื้นดินไม่เก็บน้ำ ฤดูแล้งจะกันดาร ฤดูฝนน้ำจะท่วม แต่ชาวอีสานนั้นส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา และมีนิสัยเป็นคนชอบสนุกสนาน จึงหาความบันเทิงได้ทุกโอกาส    การแสดงของภาคอีสาน มักเกิดจากกิจวัตรประจำวันหรือเกิดจากประเพณีตามฤดูกาล โดยจะเห็นได้จาก การแสดงต่างๆ เช่น เซิ้งบุญบั้งไฟ เซิ้งแห่นางแมว การฟ้อน รำ ต่างๆ  ลักษณะการแสดงซึ่งเป็นลีลาเฉพาะชาวอีสาน คือ ลีลาและจังหวะการก้าวท้าว มีลักษณะคล้ายเต้ยแต่นุ่มนวล มักเดินด้วยปลายเท้าและสะบัดปลายเท้าไปข้างหลังสูง เป็นลักษณะของการเซิ้ง   ดนตรีอีสาน ถือว่า เป็นเครื่องดนตรีประจำท้องถิ่นของชาวอีสาน มีการประดิษฐ์จากวัสดุที่ได้มาจากธรรมชาติ และหาได้ตามท้องถิ่นได้ง่าย ดนตรีพื้นเมืองอีสานสามารถแบ่งออกตามลักษณะของเครื่องดนตรี
     ได้ 4 ประเภท คือ
                   1. เครื่องดีด ได้แก่...

    วงมโหรี


         วงดนตรีไทยประเภทหนึ่งซึ่งประกอบด้วยเครื่องดนตรีผสมทั้งดีด สี ตี เป่า เป็นวงดนตรีที่ใช้บรรเลงเพื่อขับกล่อม ไม่นิยมบรรเลงในการแสดงใด ๆ
    วงมโหรีมี 5 แบบ คือ


                    1. วงมโหรีเครื่องสี่

     

    อ้างอิงรูปภาพ :  http://www.thaiswu.freehomepage.com/image/P5-6.gif

     

               เป็นวงมโหรีที่รวมเอาการบรรเลงพิณและการขับไม้ ซึ่งมีมาแต่โบราณเข้าด้วยกัน เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยอยุธยา มีเครื่องดนตรี 4 ชิ้น คือ
    1.1 ทับ (ปัจจุบันเรียกว่า โทน) เป็นเครื่องควบคุมจังหวะ
    1.2 ซอสามสาย
    1.3 กระจับปี่
    1.4 กรับพวง (ผู้ขับร้องเป็นผู้ตีกรับพวง)
    วงมโหรีเครื่องสี่นี้เดิมผู้ชายเป็นผู้บรรเลง ต่อมาเมื่อนิยมฟังมโหรีกันแพร่หลาย ผู้มีบรรดาศักดิ์จึงนิยมให้ผู้หญิงฝึกหัดบรรเลงบ้างและได้รับความนิยมสืบต่อมา


                    2. วงมโหรีเครื่องหก

     

    อ้างอิงรูปภาพ :  http:/...

    วงปี่พาทย์

                    วงดนตรีไทยประเภทหนึ่งซึ่งประกอบด้วยเครื่องเป่า คือ ปี่ ผสมกับเครื่องตี ได้แก่ระนาดและฆ้องวงชนิดต่าง ๆ เป็นหลัก และยังมีเครื่องกำกับจังหวะ เช่น ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง ตะโพน กลองทัด กลองแขก และกลองสองหน้า ปี่พาทย์นี้บางสมัยเรียกว่า "พิณพาทย์"
    วงปี่พาทย์มี 5 แบบ คือ


                    1. วงปี่พาทย์เครื่องห้า

     

    อ้างอิงรูปภาพ :  http://202.44.68.33/files/u2462/img001_1_.jpg

     

     

                    เป็นวงปี่พาทย์ที่เป็นวงหลัก มีจำนวนเครื่องดนตรีน้อยชิ้นที่สุด ดังนี้
    ปี่ใน 1 เลา
    ระนาดเอก 1 ราง
    ฆ้องวงใหญ่ 1 วง
    กลองทัด 2 ลูก
    ตะโพน 1 ลูก
    ฉิ่ง 1 คู่
    ในบางกรณีอาจใช้ฉาบ กรับ โหม่งด้วย


                    2. วงปี่พาทย์เครื่องคู่

     

    อ้างอิงรูปภาพ :  http://www.thaiswu...

    ตำนานเดี่ยวขิมเพลงลาวแพน
    ทางของ หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)


    ความเป็นมาของเพลงลาวแพน
                    เพลงลาวแพนเป็นเพลงที่นักดนตรีนิยมนำมาบรรเลงเป็นเพลงเดี่ยวอวดฝีมือกันมากเพลงหนึ่ง ประวัติเดิมนั้นเล่ากันว่า เพลงนี้มีต้นเค้ามาจากเพลงที่นิยมร้องเล่นกันในหมู่เชลยชาวลาวที่ไทยกวาดต้อนมาจากเมืองเวียงจันทร์ในสมัยตอนต้นๆของยุครัตนโกสินทร์ ท่วงทำนองเพลงนี้มีทั้งความอ่อนหวานรำพึงรำพันและโศกเศร้าระคนกัน จะเห็นได้จากเนื้อร้องเดิมที่บรรยายถึงความยากลำบากทุกข์ระทมใจที่ต้องจากบ้านเมืองมาอยู่ในต่างแดน ต่อมานักดนตรีไทยเห็นว่าเพลงนี้มีท่วงทำนองแปลกไพเราะน่าฟังจึงนำมาปรุงแต่งเสียใหม่ให้เข้ากับอรรถรสของบทเพลงไทยที่มีสำเนียงลาว และเนื่องจากเค้าโครงของเพลงนี้มีลักษณะพิเศษที่เปิดโอกาสให้ปรุงแต่งท่วงทำนองที่แปรเปลี่ยนไปได้มากมายหลากหลายรูปแบบ จึงมีการคิดประดิษฐ์ทางเพลงที่แตกต่างกันออกไปหลายแนวทางด้วยกัน เมื่อรวมกับการที่นำเพลงลาวแพนไปบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีต่างชนิดกันยิ่งทำให้แนวทางการบรรเลงมีความแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีท...